ไม่ได้ทำความดีเพื่อให้เราดี
เพราะถ้าทำความดีเพื่อให้เราดี ถ้าคนอื่นไม่เห็นความดีที่เราทำเราก็จะเดือดร้อน หรือไม่ได้ลาภ ไม่ได้ยศ ไม่ได้ตำแหน่งเราก็เดือดร้อนอีก เพราะมันมี "เรา" ที่เข้าไปผสมจึงมีปัญหาในจิต
จิตขาวรอบ คือจิตที่ไม่ยึดติดว่าเป็นเรา ถ้ามีเราขึ้นมามันก็จะมีความเศร้าหมองในจิตใจแล้วจิตก็ไม่ขาวรอบ จิตจะขาวรอบได้ต้องมีสติแล้วเกิดปัญญารู้ความเป็นจริงว่า ไม่ใช่เรา ไม่มีเรา จิตก็จะขาวรอบเป็นปกติ
ละชั่ว ทำดี ทำง่าย แต่ทำจิตใจให้ขาวรอบต้องมีสติและปัญญา มันเป็นจิตที่ผ่องใส เบิกบาน และมีอิสระ เป็นจิตที่ขาวรอบ
กรรมเกิดจากการยึดมั่นถือมั่นว่ากายจิตเป็นเรา ถ้าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นว่ากายจิตเป็นเรา เป็นเรื่องของปัญญาล้วน กายก็ทำหน้าที่ของกายไป เรื่องของใจก็ทำหน้าที่ของใจไปโดยไม่มีผู้กระทำ เขาเรียกว่า "อยู่เหนือกรรม"
หลักกรรมสูงสุดคืออยู่เหนือกรรม การจะทำจิตให้ขาวรอบและอยู่เหนือกรรมได้นั้น คิดเอามันไม่ได้หรอก ยิ่งคิดมันก็เริ่มเป็นกรรมขึ้นมากมาย ต้องมีการฝึกสติเรียกวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นความรู้แจ้งปัญญา
รู้แจ้งจำเป็นต้องมีสติฝึกรู้บ่อยๆ สติมากเข้าๆ ก็รู้แจ้งในกายในจิต ก็คือรู้เรื่องของตัวเรานั่นแหละ นี่ก็เป็นวิธีการนำเอากรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือการมีสติอยู่ทุกเมื่อ เวลาเราหลงไปเราก็รู้สึกตัว นั่นก็คือการมีสติแล้ว เปลี่ยนหลงเป็นรู้ ก็คือการมีสติได้แล้ว
เมื่อรู้แล้วก็ต้องยอมรับ ไม่ใช่ยอมแพ้หรือยอมจำนน เราก็สร้างกรรมใหม่ขึ้นมาคือการมีการฝึกสติขึ้นมาแทนเรียกกรรมดี อย่านอนท้อแท้หมดกำลังใจ จงมีสติแล้วให้เกิดปัญญาอยู่เหนือกรรมให้ได้ เราก็จะไม่ได้อยู่เพื่อใช้กรรม แต่เป็นอยู่เพื่อ สร้างกรรมดี
อย่าเป็นทุกข์กับการทำหน้าที่ ส่วนเรื่องของผลนั้นก็เป็นเรื่องของผล เราควบคุมไม่ได้บังคับไม่ได้ แต่เราสร้างเหตุมาดีได้ผลก็จะตามมาดีเอง หรือถึงจะออกมาไม่ดีก็ไม่เป็นไรเป็นเรื่องของผล เพราะจบแล้วในเรื่องสร้างเหตุ เราก็จะได้ไม่เสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราไม่คาดหวังอะไรแต่เราสร้างเหตุเข้าไว้
ข้างนอกมองเหมือนกัน ข้างในไม่เหมือนกัน
ยืน เดิน นั่ง นอน คนหนึ่งรู้ คนหนึ่งไม่รู้
"หนทางของผู้มุ่งหวังพ้นออกไปจากโลก ผู้อยู่เหนือทุกข์นะ"