สังขารคือความนึกคิดของมนุษย์โดยทั่วๆไปที่เห็นๆกันอยู่นั้น มันไม่ใช่สังขารเปล่าๆ เพราะมันผ่านการปรุงแต่งต่อเติมย้อมสีมาเรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่ถูกปรุงแต่งเข้าไปใหม่นั่นแหละมันคือสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้สังขารไม่ว่างเปล่า ไม่เป็นสังขารล้วนๆดังที่ควรจะเป็น มันจึงเป็นสาเหตุให้เกิดความหมองมัว และพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ความวุ่นวายและความทุกข์ที่ตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้ที่เขาปฏิบัติจนเกิดความเข้าใจในจุดนี้ เขาจะไม่เลือกอยู่กับสังขารที่ถูกปรุงแต่งย้อมสี แต่เขาจะเลือกอยู่กับสังขารที่ว่างเปล่า เพื่อลดภาระแห่งตน ที่เรียกว่า "การระงับสังขาร"

ซึ่งมีลักษณะเหมือนคนที่ไม่นึกคิดปรุงแต่งอะไรเลย จะบอกว่าหยุดความนึกคิดปรุงแต่งก็ไม่ถูก เพราะจุดที่ว่านี้ มันอยู่เหนือการหยุดแล้ว แต่มันมี "รู้" ภายในอันเดียวเท่านั้นที่ปรากฏ รู้นี้มิใช่สติ แต่มันเป็นรู้ที่ไม่เคยเผลอและไม่เคยหายและหายไปไหน

"มันเป็นรู้ที่ไม่มีการต่อยอดเพื่อร่วมทำงานกับสังขาร
มันเป็นรู้อิสระที่ไม่หมายสิ่งใดทั้งสิ้น"

เป็นรู้ที่จบแค่รู้ โดยไม่มีความนึกคิดปรุงแต่งใดๆ หากมีเหตุให้นึกคิดปรุงแต่งขึ้นมา ก็สามารถนึกคิดปรุงแต่งได้ตามเหตุนั้นๆ โดยมีรู้ที่ว่านี้กำกับอยู่ตลอด พอหมดเหตุก็จบแค่นั้น แล้วก็มาอยู่กับรู้อันเดียวนั้นเหมือนเดิม