ดูจิตที่นิ่งอย่าไปติดความนิ่งดูจิตที่เฉยอย่าไปติดที่เฉยดูจิตที่โล่งว่างอย่าไปติดที่โล่งว่างดูให้เห็นแก่นแท้แห่งความนิ่งความเฉยความโล่งว่างแก่นแท้ของมันนั่นแหละที่พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่ามหาสุญญตาหรือสภาวะที่ไม่เหลืออะไรเลยไร้ร่องรอยจบอยู่ในตัวเสร็จสรรพไม่มีอะไรเจือปนไม่ไปหน้าไม่ไปหลังไม่ไปซ้ายไม่ไปขวาไม่บนไม่ล่างไม่บวกไม่ลบกับอะไรไร้สุขไร้ทุกข์ไร้บุญไร้บาปไร้ภพไร้ชาติไร้ร่องรอยถ้าเข้าใจได้ก็จบ
กัณฑ์เทศน์ใดที่ทำให้เราบรรลุธรรมได้นั้นคือกัณฑ์เทศน์ที่สุดยอดสำหรับเรา เพราะสามารถสะกิดใจปลดล็อกที่ใจมันติดขัดให้ก้าวหน้าเข้าสู่วิมุตติหลุดพ้นเข้าใจได้แจ่มแจ้ง
สมมุติไม่เคยบดบังวิมุตติ สมมุติกับวิมุตติไม่ใช่ของคู่กันวิมุตติไม่มีคู่ สมมุติต้องคู่กับสมมุติมันมีสมมุติดีกับสมมุติร้าย ขาวกับดำแต่วิมุตติไม่มีคู่เพราะมันไม่มีตัวตนให้มีคู่แต่2อย่างนี้แสดงความจริงออกมาอันหนึ่งแสดงความจริงที่มีรูปธรรมกับนามธรรมที่มีตัวตนแต่อีกอย่างแสดงความจริงไม่มีรูปธรรมและนามธรรมอิสระไม่มีตัวตน
ถ้าเราเข้าใจแล้วไม่มีอะไรมาบดบังเราได้เลยเราจะอยู่กับอะไรก็ได้จากโลกใบนี้สบายเลย