ความจริงแท้คือความไม่มีอะไรเลยเรียกว่าวิมุตติ
พ้นไปจากสมมุติเรียกว่าความจริงแท้

ความสว่างเกิดขึ้นจากข้างใน จักขุงอุทะปาทิ ดวงตาเกิดขึ้นแล้วแก่เราดวงตาเห็นธรรม ปรากฏขึ้นทางปัญญา ญาณังอุทะปาทิ วิชชาอุทะปาทิ ปัญญาอุทะปาทิ อาโลโกอุทะปาทิ ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแก่เรา แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแก่เราวิชชาเกิดขึ้นแล้วแก่เรา

ผู้เดินตามทางอริยมรรค จิตเข้าสู่ความหลุดพ้นเจโตวิมุตติ อริยผลย่อมปรากฏเป็นปัญญาวิมุตติประจักษ์แจ้งในความหลุดพ้นไปแห่งจิต ทุกๆคน

แสงแห่งพระธรรมเป็นแสงที่สุดยอดกว่าแสงทั้งปวงถ้าใจดวงนี้ยินดีพอใจที่จะกอดโลกนี้ไว้แสงแห่งพระสัจธรรมก็มิอาจส่องถึงได้

การเกิดเป็นจุดกำเนิดแห่งความทุกข์

ฝนแม้จะตกทั่วฟ้า ก็ยังไม่เกิดประโยชน์กับต้นหญ้าที่ไร้ราก พระธรรมแม้จะกว้างใหญ่ไพศาล ก็ยากที่จะไปโปรดคนไร้ซึ่งวาสนา

สัตว์​โลก​ย่อม​เป็น​ไป​ตาม​กรรม​

ประตูแห่งการเปิดมรรคผลนิพพานคือจิต
หนทางแห่งการบรรลุธรรมอยู่ที่จิต

ยิ่งหายิ่งห่าง!!ยิ่งเดินทางยิ่งหลงทาง!!
หยุดหาหยุดเดิน!!พระนิพพานจะอยู่ตรงนั้น!!
!!!ตรงที่หยุด!!!

สมมุติเกิดจากการปรุงแต่ง
หยุดสมมุติแล้วจะเข้าใจวิมุตติ

ดูจิตให้เห็นดูจิตให้เป็นดูจิตให้แจ่มแจ้งสุดท้ายเราจะพบจุดจบที่จิต จิตจบพบพระนิพพาน ความทุกข์ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด สิ้นภพจบชาติจิตจบบริสุทธิ์บริบูรณ์ไร้ตัวตน

วิมุตติอยู่ที่จิตส่วนชีวิตที่เหลือเป็นสมมติล้วนๆ