การเข้าถึงพระนิพพานจึงต้องมาดูที่จิตของเรา
มาจัดการจิตไม่ให้จิตดวงนี้มันไหลตามอารมณ์ จิตให้มันเป็นหนึ่งเดียว

หนึ่งเดียวในที่นี้ไม่ใช่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์กัมมัฏฐานที่เราเข้าใจมา คำว่าหนึ่งเดียวคือให้จิตมันเป็นหนึ่งเดียวโดดๆเมื่อเป็นจิตโดดๆแล้วมันก็จะไม่ปนเปื้อนกับอารมณ์ไม่ปนเปื้อนกับสุขไม่ปนเปื้อนกับทุกข์

แต่ตราบใดที่มันยังมีตัวตนอยู่สภาพจิตนี้ก็ยังไม่พ้นไปจากคำว่าสุขว่าทุกข์คือมันอยู่ในฐานะที่ไม่พ้นได้ในตอนนี้สักวันหนึ่งต่อไปมันก็มีโอกาสที่จะพ้นได้เพราะมันยังมีตัวตนที่สามารถพ้นได้อยู่

ดังนั้นสูตรแห่งการพัฒนาจิตให้เข้าถึงพระนิพพานให้พ้นไปแล้วจากสมมุติคือสุขและทุกข์อันไม่แน่นอนนี้ก็คือสูตรแห่งการพัฒนาจิตที่โดดๆนั้นให้มันสลายซึ่งความเป็นตัวตนทั้งหมดจนไม่มีตัวตนใดๆเป็นที่รองรับสุขและทุกข์ได้อีกแล้วนี่แหละที่จะเชื่อได้

สำหรับการที่จะทำลายตัวตนของจิตก็ไม่ใช่เรื่องยากขอให้เราเห็นจิตและก็ดูจิตที่เห็นนั่นบ่อยๆดูบ่อยๆมันก็เกิดพลังงานขึ้นกับตัวมันที่เรียกว่าพละกำลังเกิดขุมกำลังขึ้นที่จิตพอจิตมีขุมกำลังเกิดขึ้นที่ตัวของจิตขุมกำลังตัวนี้จะกลายเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอเวลาระเบิดซึ่งใช้เวลาไม่นาน….

"มันเป็นธรรมชาติที่บ่งบอกได้ว่าอยู่ที่เหตุปัจจัยว่าจะใช้เวลานานเท่าใด"