เราต้องยืนอยู่ในจุดที่เป็นปัจจุบันในจิตให้ชัดมั่นคงยืนเดินนั่งนอนพูดคิดความคิดแทบไม่มีเลยการปรุงแต่งแทบไม่มี ยืนนิ่งเด่นชัดอยู่กับจิตตั้งมั่นอย่างนั้นตลอดทั้งลืมตาหลับตาจะเจตนาไม่เจตนาก็เด่นชัดจิตเป็นปัจจุบันที่เด่นชัดมากถ้าอย่างนี้รอบรรลุได้เลยเราต้องดูสำทับพลังเข้าไปอีกเป็นขุมพลัง
จิตก็สลายตัวตนเป็นสภาวะเหนือกาลทั้ง 3 คือพ้นแล้วจากอดีตจากอนาคตและจากปัจจุบันคือพระอรหันต์ แต่ชีวิตของท่านก็อยู่กับปัจจุบันนี่แหละแต่สภาพจิตตรงนั้นมันพ้นแล้วเพราะทั้งอดีตทั้งอนาคตทั้งปัจจุบันมันไม่แน่นอนผลุบๆโผล่ๆยังตกอยู่ภายใต้กฎอนิจจังทุกขังอนัตตาแต่จิตท่านไม่ตกอยู่ภายใต้กฎอนิจจังทุกขังอนัตตาไม่เปลี่ยนแปลงแล้วเพราะมันไม่มีตัวตนใดๆให้เปลี่ยนแปลงเพราะมันสลายไปหมดแล้ว
ฉะนั้นชีวิตที่เหลืออยู่จึงเป็นชีวิตที่เปลี่ยนแปลงแต่แจ้งประจักษ์ในสภาพจิตที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในความแจ้งประจักษ์นี้ก็ไม่คลุมเครือสว่างจ้าอยู่จิตเด่นชัดมีปัญญารองรับ
ถ้าถึงจุดนี้จะเห็นจุดจบอย่างแท้จริงจิตจบแบบสนิทราบคาบ แต่ชีวิตยังไม่จบเป็นชีวิตที่ยังนึกยังคิดยังปรุงยังแต่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ยังมีอารมณ์กับเรื่องนั้นเรื่องนี้ซัดส่ายไปหน้าไปหลังไปซ้ายไปขวาได้ตามเหตุและปัจจัยเวลาถูกกระทบก็กระเทือนได้ชีวิตที่เหลืออยู่จึงต้องเติมเต็มสติเติมเต็มสมาธิเติมเต็มปัญญาเติมเต็มศีลเติมเต็มขันติและจริยธรรมต่างๆเพื่อให้มันสมบูรณ์มันขาดคุณธรรมอันไหนก็เติมเข้าไปขาดขันติก็เติมเข้าไปขาดความเพียรก็เติมเข้าไปให้มันได้ใช้ประโยชน์อยู่กับโลกนี้ได้เพราะชีวิตนี้มันยังไม่ตายมันยังไม่จบแต่จิตดวงนั้นมันจบไปแล้วสภาพจิตพัฒนาถึงที่สุดไร้ตัวตนถือว่าจบเลย
เราจะรู้ด้วยตัวของเราเองว่าไม่สามารถพัฒนาได้อีกเลยไม่ว่าจะทำด้วยวิธีไหนเพราะจิตไม่มีตัวตนใดๆให้พัฒนาอีกแล้วถ้าใครมาถึงจุดนี้จะรู้ด้วยตัวเราเองว่าไม่สามารถทำอะไรกับจิตดวงนี้ได้เลยมันกลายเป็นโมฆะหมดสภาพจิตเป็นโมฆะหลับตาว่างเปล่าลืมตาว่างเปล่ากลางวันว่างเปล่ากลางคืนว่างเปล่าไม่เหลืออะไรเลยสภาพจิตไม่เหลืออะไรเลยไม่เหลือเค้าให้เราจับได้อีกเลยมีแค่ร่องรอยแห่งสัญญาความจำว่าสภาพจิตนี่ว่ามันเคยอยู่ตรงนี้เราเคยจับมันได้อยู่ตรงนี้ตอนนี้จับไม่ได้แล้วร่องรอยแห่งความจำอย่างอื่นไม่มีเลยหลับตาว่างเปล่าลืมตาว่างเปล่าถ้าใครดื้อที่จะพัฒนาก็ถือว่าโง่เต็มทีแล้ว
มันต้องเข้าใจเรื่องจิตเราต่างเดินทางมาจากแดนไกลมาปฏิบัติถึงตรงนี้เราสอนให้ดูจิตให้เข้าใจจิตเราต้องดูจิตเพื่อที่จะเข้าใจเห็นกลไกของจิตว่าจิตนี้มันสร้างภพสร้างชาติได้ยังไงมันสุขมันทุกข์ได้ยังไงมันเป็นทุกขังอนิจจังอนัตตาได้ยังไงและมันจะพ้นจากเหตุและปัจจัยได้ยังไงพ้นจากสมมุติเป็นวิมุตติได้ยังไงมันต้องเห็นจังๆเรียนรู้รู้ให้เข้าใจได้เห็นระบบว่ามันสร้างภพสร้างชาติได้ยังไงมันสุขได้ยังไงมันทุกข์ได้ยังไงมันจะพ้นจากเหตุและปัจจัยได้ยังไงต้องเข้าใจให้แจ่มแจ้ง